นี่คือปรากฏการณ์ซื้อคริปโตสุดคลาสสิกที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในตลาดคริปโตฯ ครับ จนถึงขั้นมีคำแซวในวงการเลยว่า “ซื้อยอดดอย ไปขายที่ก้นเหว”
ในทางเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Behavioral Economics) และจิตวิทยา มนุษย์เราไม่ได้ตัดสินใจด้วยเหตุผล 100% โดยเฉพาะเมื่อมีเรื่อง “เงินๆ ทองๆ” และ “ความผันผวนสูง” เข้ามาเกี่ยว และนี่คือเบื้องหลังทางจิตวิทยาที่อธิบายว่าทำไมสมองเราถึงสั่งให้ทำพฤติกรรมที่ขัดกับหลักการลงทุนแบบนี้ครับ
ทำไมคนเราถึงชอบซื้อคริปโตตอนราคาสูงสุด
1.โรคกลัวตกขบวน (FOMO – Fear of Missing Out) | ตัวการตอนซื้อยอดดอย
ตอนที่เหรียญคริปโตฯ ราคาต่ำๆ ตลาดจะเงียบเหงา ไม่มีใครพูดถึง สมองเราจะรู้สึกปลอดภัยที่จะไม่ยุ่งกับมัน แต่พอราคามันพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ข่าวเริ่มประโคม เพื่อนข้างบ้านเริ่มอวดกำไร โซเชียลมีเดียเต็มไปด้วยคนรวยใหม่
- จิตวิทยาที่เกิดขึ้น: สมองเราจะเกิดความกลัวที่เรียกว่า FOMO เราเริ่มจินตนาการว่า “ถ้าเราไม่ซื้อตอนนี้ เราจะกลายเป็นคนโง่ที่พลาดโอกาสรวย” ความกลัวตกขบวนนี้จะเข้ามากดทับเหตุผลความตระหนักเรื่องราคา จนทำให้เรายอมควักเงินซื้อ ณ จุดที่ราคามันพุ่งไปสูงที่สุด (ยอดดอย) เพราะคิดว่ามันจะไปต่อได้อีกไม่มีสิ้นสุด
2.ความเกลียดชังความสูญเสีย (Loss Aversion) | ตัวการตอนไม่ยอมขายเมื่อเริ่มร่วง
แดเนียล คาห์เนแมน นักจิตวิทยาเจ้าของรางวัลโนเบล ค้นพบว่า “มนุษย์เจ็บปวดจากการเสียเงิน มากกว่ามีความสุขจากการได้เงินในจำนวนที่เท่ากันถึง 2 เท่า”
- จิตวิทยาที่เกิดขึ้น: พอเราซื้อปุ๊บ แล้วราคาร่วงลงมาเล็กน้อย แทนที่เราจะคัทลอส (Cut Loss) ตั้งแต่เนิ่นๆ สมองเราจะปฏิเสธความจริง เพราะการขายตอนนั้นเท่ากับเราต้องยอมรับว่า “เราขาดทุนและเราคิดผิด” เราเลยเลือกที่จะถือติดดอยไว้เรื่อยๆ พร้อมปลอบใจตัวเองว่า “ไม่ขายไม่ขาดทุน” จนกระทั่ง… มันดิ่งลงเหวลึกเกินเยียวยา
3.การแห่ตามฝูงชน (Herd Behavior) และตื่นตระหนกขีดสุด (Panic Selling) | ตัวการตอนขายก้นเหว
เมื่อราคาเหรียญดิ่งลงเรื่อยๆ จนตลาดเข้าสู่ช่วงขาลงรุนแรง (Bear Market) ข่าวร้ายจะเริ่มมาแทนที่ ข่าวลือเรื่องเหรียญจะกลายเป็นศูนย์ หรือตลาดจะพังพินาศจะหนาหูขึ้นเรื่อยๆ
- จิตวิทยาที่เกิดขึ้น: เมื่อเห็นคนอื่นในตลาดแห่เทขาย สมองส่วนควบคุมความกลัว (Amygdala) จะทำงานขีดสุด มันจะสั่งการให้เราเอาตัวรอด จากตอนแรกที่คิดว่าจะถือยาว พอเห็นตัวเลขติดลบ 70% – 80% ความอดทนจะพังทลายลง เราจะเกิดอาการ Panic Sell ยอมขายทิ้งทุกราคาเพื่อรักษาเงินก้อนสุดท้ายที่เหลืออยู่ ซึ่งสถิติมักจะบอกว่า จุดที่คนสิ้นหวังที่สุดและยอมขายประชดชีวิต มักจะเป็นจุดที่ราคาลงไปต่ำสุด (ก้นเหว) พอดี
4.อคติจากการมองเหตุการณ์ล่าสุด (Recency Bias)
มนุษย์เรามักจะเอาสถานการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ มาตัดสินอนาคต
- ตอนราคาขึ้นสูงสุด: เราจะคิดว่ามันจะขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่มีวันตก (เพราะพึ่งเห็นมันขึ้นมาหลายวันติด)
- ตอนราคาลงต่ำสุด: เราจะคิดว่ามันกำลังจะเจ๊งและกลายเป็นศูนย์แน่ๆ (เพราะพึ่งเห็นมันดิ่งลงมาทุกวัน)
อคตินี้ทำให้เรามองไม่เห็นวัฏจักร (Cycle) ของสินทรัพย์ที่มีการขึ้นและลงเป็นปกติ
สรุปเปรียบเทียบ "อารมณ์" VS "ความจริง"
พฤติกรรม | อารมณ์นำทาง (สิ่งที่เราทำ) | กลยุทธ์ที่ถูกต้อง (ส่งผลดีต่อพอร์ต) |
ตอนราคาพุ่งสูง | โลภ + กลัวตกขบวน > แห่ไปรุมซื้อที่ยอดดอย | มีสติ > ทยอยขายทำกำไร หรืออยู่เฉยๆ ไม่ไล่ราคา |
ตอนราคาดิ่งลง | กลัว + ตื่นตระหนก > ยอมเทขายประชดที่ก้นเหว | มองหาโอกาส > มองเป็นของเซลล์ราคาถูก ถือยาว หรือช้อนซื้อ |
วิธีแก้ทางจิตวิทยา: หากไม่อยากติดกับดักนี้ นักลงทุนระดับโลกมักจะใช้ระบบ DCA (Dollar-Cost Averaging) หรือการตั้งระบบซื้ออัตโนมัติเท่าๆ กันทุกเดือน โดยไม่สนใจว่าราคาตอนนั้นจะสูงหรือต่ำ วิธีนี้จะช่วย “ตัดอารมณ์” ของมนุษย์ออกไปจากเกมการลงทุนได้อย่างสิ้นเชิงครับ
แนะนำแพลตฟอร์มเกมเดิมพันครบวงจร มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
ขอแนะนำแพลตฟอร์ม เคยู (Kubet) ครับที่นี่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายจากหน่วยงาน PAGCOR ซึ่งเป็นหน่วยงานอันดับ 1 ของฝั่งทวีปเอเชียครับ
มีคอมมูคนไทยเยอะมาก และมีเกมเดิมพันครบทุกอย่าง เรียกว่าครบวงจร ทั้งตัวเกม และการไลฟ์สด รวมถึงมีกีฬา และ ลอตเตอรี่ให้เลือกอย่างอิสระครับ
- Kubet : มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
- มีเกมเดิมพันครบวงจร ทั้งตัวเกม และ ไลฟ์สด
- มีเกมกีฬาให้เลือกเล่นอย่างอิสระ
- ชมถ่ายทอดสดกีฬาฟรีสำหรับสมาชิก
- มีลอตเตอรี่ให้เลือกสรรมากกว่า 10 แบบ
- มีภาษาไทย